1. รีวิวบอร์ดควบคุมความเร็วสเต็ปมอเตอร์ : แบบไม่ต้องเขียนโปรแกรม ควบคุมความเร็วเป็นรอบได้
  2. รีวิว : ชุดเคลื่อนที่ 3 แกน Work Bee CNC
  3. รีวิว : ชุดเคลื่อนที่ 2 แกน ACRO Acrylic KIT Set with Motor
  4. โปรเจค DIY : รถตัดหญ้า ควบคุมบนมือถือผ่าน IoT
  5. รีวิวเครื่องแกะสลักเลเซอร์ VIGO VG-L7 ตอนที่ 2 วิธีการใช้งาน
  6. รีวิวเครื่องแกะสลักเลเซอร์ VIGO VG-L7 ตอนที่ 1 สเปค ข้อดีข้อด้อย
  7. รีวิวเครื่องแกะสลักเลเซอร์ NEJE MASTER 2S 20W ตอนที่ 2 แนะนำใช้งาน
  8. รีวิวเครื่องแกะสลักเลเซอร์ NEJE MASTER 2S 20W ตอนที่ 1 สเปคเครื่อง
  9. สอนใช้งาน Arduino UNO รับสัญญาณ AnalogInput จากตัวต้านทานปรับค่าได้ ปรับความสว่างหลอดไฟ LED และแสดงผลค่า Voltage ผ่านจอ LCD
  10. สอนการใช้งาน Ultrasonic Module HC-SR04 กับ Arduino UNO
  11. สอนใช้ Arduino : ต่อจอแอลซีดี 20×4 ผ่านพอร์ต I2C กับบอร์ด ARDUINO UNO
  12. สอนลงบอร์ด NodeMCU ESP32 กับโปรแกรม Arduino IDE
  13. สอนใช้งานเซ็นเซอร์วัดระดับน้ำฝน Rain/Water Detection Sensor Module กับ Arduino UNO
  14. สอนใช้งานโมดูลเซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุ IR Infrared กับ Arduino UNO
  15. สอนใช้งาน Sensor Water Level ให้แสดงค่าระดับน้ำในแอพ Blynk
  16. สอนควบคุม Servo Motor ด้วยแอพพลิเคชั่น Blynk
  17. รีวิวหุ่นยนต์วาดรูป Robot Drawing ตอนที่ 3 : การใช้งานโปรแกรม Openbuilds Control (ต่อ)
  18. สอนใช้งาน NodeMCU ESP8266 ส่งข้อความแจ้งเตือนผ่าน LINE Notify
  19. เครื่องซักผ้าแตะบัตร (RFID) มีการแจ้งเตือนผ่าน Line และส่งข้อมูลไปยัง Google Sheet
  20. สอนทำ Esp32 CAM เป็น Video Streaming บนแอพ Blynk
  21. สอนทำ WiFi Manager for NodeMCU
  22. รีวิวหุ่นยนต์วาดรูป Robot Drawing ตอนที่ 2 : การใช้งาน Openbuilds Control
  23. รีวิวหุ่นยนต์วาดรูป Robot Drawing ตอนที่ 1 : Setting
  24. Smart Farm โรงเรือนอัจฉริยะ
  25. สอนใช้งาน Arduino Uno ควบคุม Servo Moto รุ่น SG90
  26. การติดตั้ง Library สำหรับโปรแกรม Arduino IDE
  27. สอนการใช้งานบอร์ด Arduino UNO กับ RFID RC522 อ่านคีย์การ์ดควบคุมการเปิด-ปิดไฟ LED
  28. สอนการใช้งาน Arduino UNO กับเซ็นเซอร์ Water Level ควบคุมการเปิด-ปิดไฟ LED และส่งเสียงเตือนผ่าน ฺ
  29. สอนการใช้งาน LDR Module กับบอร์ด Arduino UNO ควบคุมการเปิด-ปิดหลอดไฟ LED
  30. สอนการใช้งาน LCD 16×2 พร้อม I2C Interface กับบอร์ด Arduino UNO
  31. สอนการใช้งาน NodeMCU ESP8266 กับโปรแกรม Arduino IDE
  32. สอนการใช้งาน ควบคุมระบบไฟในอาคาร ผ่านบอร์ด ESP8266 กับ RELAY MODULE 5V 4 CHANNEL ด้วยแอพ BLYNK
  33. การคำนวณค่าตัวต้านทาน เพื่อใช้กับหลอดไฟ LED
  34. Esp8266 & DHT11 To Blynk
  35. Arduino UNO & DHT11 To LCD
  36. มาทำความรู้จักกับ FarmBot หุ่นยนต์ปลูกผักสวนครัว
  37. Gartner เผย 12 เทรนด์เทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์แห่งอนาคตปี 2022
  38. Arduino UNO Mini Limited Edition
  39. Arduino Nano V.3 บอร์ดไมโครคอนโทรลเลอร์ที่จิ๋วแต่แจ๋ว
  40. ทำความรู้จักกับบอร์ด Arduino Mega 2560
  41. Xiaomi เปิดตัวลำโพง Soundbar 3.1 ch พร้อมซับวูฟเฟอร์ไร้สาย ที่ออกมาท้าชนแบรนด์ดังในไทย
  42. เผยสเปค Samsung Galaxy Tab A8 (2021) คาดเปิดตัวเร็ว ๆ นี้
  43. Xiaomi 12 Series เตรียมจับมือกับกล้อง Leica และมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 898 รุ่นแรกของโลก
  44. ทำความรู้จัก : บอร์ด ไมโครคอนโทรลเลอร์ ARDUINO UNO R3 คืออะไร ใช้งานอะไรได้บ้าง
  45. Arduino IDE คืออะไร มีวิธีการติดตั้งโปรแกรมอย่างไร และการใช้โปรแกรมยังไงกันนะ
  46. มอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร
  47. ทรานซิสเตอร์ (Transistor) คืออะไร มีหน้าที่อะไร และสามารถประยุกต์ใช้งานอะไรได้บ้างนะ
  48. Power Supply มีกี่ประเภท ประกอบด้วยอะไรบ้าง
  49. ตัวต้านทาน (resistor) คืออะไร มีหน้าที่อะไร และมีกี่ประเภท
  50. โปรเจค DIY : ชุดรดน้ำต้นไม้อัตโนมัติ ทำเล่นเองได้ง่ายๆ
  51. IC คืออะไร ใช้งานอย่างไร
  52. Photoresistor คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร และนำไปใช้อะไรได้บ้าง
  53. Capacitor คืออะไร
  54. ไดโอด (Diode) คืออะไร มันนำไปใช้ทำอะไรกันนะ?
  55. เปิดตัวระบบ ColorOS 12
  56. Samsung Galaxy Watch 4
  57. Canon เปิดตัว RF5.2mm f/2.8L Dual Fisheye
  58. Hyundai เปิดตัวโดรนแท็กซี่ Hyundaix Uber
  59. Windows 11 เปิดให้ Update แล้ววันนี้
  60. Huawei เปิดตัว Matebook 14s
  61. สิ่งที่ต้องรู้ก่อนติดตั้ง Solar Cell
  62. TCL เปิดตัวแว่นตาอัจฉริยะ Thunderbird
  63. mRNA Vaccine
  64. 10 เทคโนโลยีที่น่าสนใจในปี 2021 จาก MIT
  65. ปัญญาประดิษฐ์ AI
  66. Lithium-Metal Battery อนาคตของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า

“ควบคุมเปิด-ปิดไฟฟ้าได้ทั้งอาคาร ผ่านมือถือง่ายๆ ทำเป็นได้ใน 5 นาที”

ภายใน Relay จะประกอบไปด้วยขดลวดและหน้าสัมผัส

  1. หน้าสัมผัส NC (Normally Close) เป็นหน้าสัมผัสปกติปิด โดยในสภาวะปกติหน้าสัมผัสนี้จะต่อเข้ากับขา COM (Common) และจะลอยหรือไม่สัมผัสกันเมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวด
  2. หน้าสัมผัส NO (Normally Open) เป็นหน้าสัมผัสปกติเปิด โดยในสภาวะปกติจะลอยอยู่ ไม่ถูกต่อกับขา COM (Common) แต่จะเชื่อมต่อกันเมื่อมีกระแสไฟไหลผ่านขดลวด
  3. ขา COM (Common) เป็นขาที่ถูกใช้งานร่วมกันระหว่าง NC และ NO ขึ้นอยู่กับว่า ขณะนั้นมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านขดลวดหรือไม่ หน้าสัมผัสใน Relay 1 ตัวอาจมีมากกว่า 1 ชุด ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและลักษณะของงานที่ถูกนำไปใช้

โมดูลรีเลย์ 4ช่อง 5V (4 Channel Relay Module) เป็นโมดูลที่ใช้ควบคุมการทำงานของโหลดทางไฟฟ้าได้ทั้งแรงดันไฟฟ้ากระแสตรง (DC) และไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ซึ่งโหลดสูงสุด คือ AC 250V/10A และ DC 30V/10A โดยใช้สัญญาณในการควบคุมการทำงานด้วยสัญญาณโลจิก TTL ทำงานด้วยสัญญาณแบบ Active Low, กระแสขับรีเลย์ (Drive Current) 15-20mA., มีการออกแบบให้เป็น Isolate ด้วย Optocoupler, มี LED แสดงสถานะ Relay สามารถนำไปประยุกต์ใช้งาน PLC Control, บ้านอัจฉริยะ, ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม หรืองานอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการเขียนโปรแกรมและการต่อใช้งานภายนอก สามารถเชื่อมต่อใช้งานกับบอร์ด Rasberry Pi, Arduino, NodeMCU ESP8266,NodeMCU ESP8266 ฯลฯ เป็นต้น

สเปค

• ไฟเลี้ยงโมดูลรีเลย์ VCC = 5VDC
• ควบคุมโหลดได้ทั้งแรงดันไฟฟ้า AC ได้สูงสุด 250VAC 10A หรือ แรงดันไฟฟ้า DC ได้สูงสุด 30VDC 10A (Maximum Load)
• ระดับสัญญาณอินพุทควบคุมแบบ TTL ทำงานด้วยสัญญาณแบบ Active Low
• กระแสขับรีเลย์ (Drive Current) 15-20mA
• มีการออกแบบให้เป็น Isolate ด้วย Optocoupler
• มี LED แสดงสถานะ Relay
• โมดูลขนาด 5.3cm.(กว้าง) x 7.0cm.(ยาว) x 1.7cm.(สูง)

สัญลักษณ์ในวงจรไฟฟ้าของรีเลย์

ขอบคุณรูปภาพจาก blog.thaieasyelec.com

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  1. บอร์ด NodeMCU  ESP8266-12F
  2. สาย Micro USB Type B
  3. บอร์ดทดลอง Breadboard
  4. สายไฟจัมเปอร์
  5. Relay Module 5V 4 Channe

  6. LED 4 หลอด
  7. ตัวต้านทาน 4 ตัว
  8. มือถือผู้ใช้งาน

หมายเหตุ หลอด LED กับตัวต้านทาน ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ว่าจะสีอะไร และตัวต้านทานกี่โอห์ม ศึกษาเพิ่มเติม → คลิก

การต่อวงจร

Relay ⇒ Esp8266

IN1 → D5

IN2   →  D6

IN3   →  D7

IN4   →  D8

VCC  →  Vin

GND →  GND

โปรแกรมที่ใช้

#define BLYNK_PRINT Serial
#include <ESP8266WiFi.h>
#include <BlynkSimpleEsp8266.h>

char auth[] = “xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx”; // ใส่โทเคนที่ได้จากแอพ Blynk
char ssid[] = “xxxxxxxxxxxx”; // ใส่ชื่อไวไฟ
char pass[] = “xxxxxxxxxxxx”; // ใส่รหัสไฟไว

//กำหนดขา relay
#define relay1 D5
#define relay2 D6
#define relay3 D7
#define relay4 D8

BlynkTimer timer;

BLYNK_WRITE(V0)
{
if (param.asInt() == 1) {
digitalWrite(relay1, !digitalRead(relay1));
if (digitalRead(relay1) == LOW) {

}
else {

}
}
if (param.asInt() == 0) {
digitalWrite(relay1, !digitalRead(relay1));
if (digitalRead(relay1) == HIGH) {

}
else {

}
}
}

BLYNK_WRITE(V1)
{
if (param.asInt() == 1) {
digitalWrite(relay2, !digitalRead(relay2));
if (digitalRead(relay2) == LOW) {

}
else {

}
}
if (param.asInt() == 0) {
digitalWrite(relay2, !digitalRead(relay2));
if (digitalRead(relay2) == HIGH) {

}
else {

}
}
}
BLYNK_WRITE(V2)
{
if (param.asInt() == 1) {
digitalWrite(relay3, !digitalRead(relay3));
if (digitalRead(relay3) == LOW) {

}
else {

}

}
if (param.asInt() == 0) {
digitalWrite(relay3, !digitalRead(relay3));
if (digitalRead(relay3) == HIGH) {

}
else {

}
}
}
BLYNK_WRITE(V3)
{
if (param.asInt() == 1) {
digitalWrite(relay4, !digitalRead(relay4));
if (digitalRead(relay4) == LOW) {

}
else {

}
}
if (param.asInt() == 0) {
digitalWrite(relay4, !digitalRead(relay4));
if (digitalRead(relay4) == HIGH) {

}
else {

}
}
}

void setup() {

Serial.begin (9600);
Blynk.begin(auth, ssid, pass);
pinMode(relay1, OUTPUT);
pinMode(relay2, OUTPUT);
pinMode(relay3, OUTPUT);
pinMode(relay4, OUTPUT);
digitalWrite(relay1, HIGH);
digitalWrite(relay2, HIGH);
digitalWrite(relay3, HIGH);
digitalWrite(relay4, HIGH);
}

void loop()
{
Blynk.run();
timer.run();
}

1. เมื่อเข้าแอพ Blynk  และทำการ Login เข้ามาเรียบร้อยแล้ว ให้กด New Project จากนั้นทำตามขั้นตอน ดังรูป

2. แอพจะส่ง Token ไปยังอีเมลล์ของเรา หลังจากนั้นกด OK  หมายเหตุ “เดี๋ยวเราจะนำ Token นี้ไปใส่ในโค้ด Arduino IDE ของเรา เดี๋ยวผมจะสอนในขั้นตอนท้าย ๆ ครับ”

3. กดตรงเครื่องหมาย บวก ดังรูป 

4. จะเจอหน้าต่างแถบเครื่องมือต่าง ๆ มากมาย ในที่นี้เราจะเลือกเครื่องมือ “Button” ดังรูป

5. เลือกให้ครบ 4 Button หลังจากนั้นให้กดค้างที่ตัว Button แล้วการขยายให้เต็ม ดังรูป

6. กดที่ตัว Button อันบนสุด 1 ครั้ง

7. จะเจอหน้าต่าง ดังรูป

8. จากนั้นทำตามขั้นตอน ดังรูป

9. อันที่ 2 ทำในลักษณะเดิม แต่เราจะเปลี่ยน ชื่อ, PIN, MODE, LABELS, FONT SIZE และ สี ให้ได้ดังรูป

10. อันที่ 3 ทำในลักษณะเดิม แต่เราจะเปลี่ยน ชื่อ, PIN, MODE, LABELS, FONT SIZE และ สี ให้ได้ดังรูป

11. อันที่ 4 ทำในลักษณะเดิม แต่เราจะเปลี่ยน ชื่อ, PIN, MODE, LABELS, FONT SIZE และ สี ให้ได้ดังรูป

12. เมื่อทำครบแล้วจะได้ผล ดังรูป

13. สืบเนื่องมาจากขั้นที่ 2 เราเข้าไปที่อีเมลล์ของเรา จะเห็น Token ที่ได้มา ดังรูป

14. นำ Token ไปกรอกในโค้ด และใส่ชื่อไวไฟ และรหัส แล้วกดอัพโหลดโค้ดลงบอร์ด ดังรูป

15. นำเมื่ออัพโหลดลงบอร์ดเรียบร้อยแล้ว ให้กดที่รูปสามเหลี่ยมที่อยู่ทางมุมบนขวาเพื่อเริ่มการใช้งาน Widget เป็นอันเสร็จ

เป็นเพื่อนกับ-aic-02-01_optimized
Banner Content